เมื่อวานนี้หรือวันศุกร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓

กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงานเสวนาร่วมกับโครงการสนทนาวันศุกร์ คณะโบราณคดี

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมติชนข่าวสด

ในหัวข้อเรื่อง "Black Death โรคห่า กาฬโรค ยุคพระเจ้าอู่ทอง

ฝังโลกเก่า ฟื้นโลกใหม่ ได้ราชอาณาจักรสยาม"

นับว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากๆในเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ในงานยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่าน ได้แก่...

อ.ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ จากภาคประวัติสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

อ.อติภพ ภัทรเดชไพศาล นักวิชาการอิสระและิอดีตอ.ประจำวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

อ.ดร.สายัณห์ แดงกลม จากภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

และอ.ทรงยศ แววหงษ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ มหาิวิทยาลัยศิลปากร

มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคห่าหรือแท้จริงแล้วคือกาฬโลก ต้นเหตุที่พระเจ้าอู่ทองมาสร้างอยุธยา

นอกจากนี้ยังมีการแสดงขับร้องเพลงไทย บรรเลงปี่ พาทย์ โดยคณะศิษย์เรืองนนท์

และสุดท้ายลิเกเสภา เรื่อง ท้าวอู่ทองปราบนาคมังกรระบาดแสดงโดยศิลปินกรมศิลปากร

-------------------------------------------------------------------------------

ประเด็นสำคัญของเอนทรี่นี้ก็อยากจะกล่าวถึงสาระสำคัญของงานอยู่หรอกค่ะ

ด้วยเห็นว่าเป็นงานที่ได้ความรู้มากจริงๆและน่าสนใจเป็นที่สุด

แต่สิ่งที่ต้องบอกว่า"รับไม่ได้"และ"ไม่อาจจะทน" คือ มารยาท ค่ะ

ดิฉันเป็นแค่นักศึกษาชั้นปีสามของมหาวิทยาลัยและคณะที่วิทยากรสามในสี่ท่านทำการสอนอยู่

และมีโอกาสได้เข้าร่วมการเข้าชมงานเสวนานี้ด้วยความกระตือรือร้น

เพราะชอบเรื่องเกี่ยวกับความตายอะไรแบบนี้อยู่แล้วเป็นการส่วนตัว

แต่ที่ทนไม่ได้จริงๆเลยคือระหว่างที่ปี่พาทย์ คณะศิษย์เรืองนนท์กำลังแสดงอยู่นั้น

มือถือค่ะ...มือถือ ดังกันบ่อยครั้งมากจากคนดู ดิฉันนั่งอยู่ด้านบนของโรงละคร

ได้ยินตั้งแต่เพลงร็อก เพลงเมโลดี้ จนกระทั่งNobody...nobody but you...

แหม...อินเทรนด์มากค่ะ มือถือแต่ละท่าน อินเทรนด์มาก

แต่อยากถามค่ะ ว่า "สามัญสำนึก" มีกันบ้างไหม?

สำหรับความเข้าใจโดยส่วนตัว ดิฉันคิดว่าการเข้าเรียน การเข้าในที่ประชุม

มารยาทพื้นฐานคือ "การปิดเครื่องมือสื่อสาร/การปิดเสียงเครื่องมือสื่อสาร"

เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนอื่นๆ และรบกวนสมาธิของวิทยากร

โอเค...ดิฉันพยายามคิดซะว่า คนทุกคนไม่ได้เป็นเหมือนกันไปซะหมด

นอกจากนี้ระหว่างที่วิทยากรแต่ละท่านกำลังให้ความรู้นั้น พอนานๆไปเข้า เสียงพูดคุยก็เริ่มดังขึ้น

ดิฉันก็ไม่ได้อยากจะกล่าวโทษหรอก แต่เหมือนเสียงจะมาจากทางชั้นล่างเยอะมาก

และมันดังขึ้นเรื่อยๆเหมือนจะมาจากทางแถวหน้าๆเสียด้วย

ฟังดูแล้ว เนื้อหาเรื่องการทักทายกัน มันคงไม่เกี่ยวห่าอะไรในงานนี้ด้วยหรอกนะคะ

แต่มันดังเกินกว่าเรื่องห่าที่อาจารย์กำลังพูดกันเหลือเกิน

แต่ที่แย่กว่านั้นคือ...ระหว่างที่ท่านอ.ดร.สายัณห์ แดงกลม กำลังพูดถึงเรื่อง

เซนต์เซบาสเตียนและโรคระบาดในยุโรป ในท้องเรื่อง"ห้ามห่า : มรณสักขีของเซนต์เซบาสเตียน"

ขณะที่อาจารย์กำลังวิเคราะห์เชิองประวัติศาสตร์ศิลปะให้ฟัง โดยแยกเป็นข้อๆ

พอท่านอาจารย์เว้นช่วง เพื่อจะพลิกดูโน้ตหน้าต่อไป

เสียงปรบมือดังขึ้นจากแถวหน้าทางด้านล่างทันที เล่นเอาดิฉันตกใจว่า "อ้าว 'จารย์ มันยังไม่จบนิ"

พอเสียงตบมือค่อยๆลดลง ท่านอ.สายัณห์ก็ได้ทำการอธิบายต่อ...

"อ้าว แม่งมีต่อ..!" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากแถวด้านล่างตรงข้างหน้าอีกครั้ง

ดังมากและแหลมเด่นมาคนเดียวจากทางด้านขวาของโรงละคร พร้อมกับเสียงคล้ายเดิม

พูดขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กว่า "อยากดูลิเก..."

ดิฉันก็ไม่ได้อยากว่าหรอกนะคะ ถ้าท่านจะอยากดูลิเกกัน เพราะดิฉันก็มาเพราะอยากฟังท่านอ.สายัณห์พูด

แต่แค่สงสัยว่าอดใจรอไม่ได้หรือ ดิฉันยังรอฟังเพลงที่ทำให้ดิฉันตาปรือมาได้เสียนาน

ทางบ้านดิฉันก็เป็นคนชอบดูลิเก และสำหรับดิฉัน การแสดงพื้นบ้านเหล่านี้น่าสนใจอย่างยิ่ง

แต่ได้ยินแบบนี้ ดิฉันโกรธจนหน้าชา...รู้สึกเหมือนว่า....

เค้าไม่ให้เกียรติท่านอาจารย์เลย

ไม่รู้ว่าเป็นห่าอะไรลงมาไม่ทราบเหมือนกันนะคะ ถึงได้รอฟังเรื่องห่าจนจบไม่ได้

ยังไม่จบง่ายๆค่ะ พอท่านอาจารย์พูดต่อไปได้สักพัก ระหว่างที่อาจารย์ยังพูดอยู่

เน้นพูดอยู่นะคะ เสียงปรบมือจากที่เดิมๆมุมเดิมๆดังขึ้นอีกครั้งห่าใหญ่

และดังอยู่อย่างนั้นนานหลายห่า จนพอซาลง อาจารย์จึงได้พูดต่อด้วยเนื้อหาที่ดิฉันคิดว่ากระชับขึ้น

และขอจบการอธิบายเพียงแค่นั้น ดิฉัน รุ่นพี่และเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันลุกขึ้นทันที

เพื่อจะเดินลงไปขอดูน้ำหน้าของห่าเอ้ย...คนที่ทนฟังเรื่องห่าไม่ค่อยไหว

ไม่ได้อยากจะจิกกัดมากมายหรอกนะคะ เพราะที่พูดมาก็มากพอแล้ว

แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่นั่งชมด้านล่าง มักเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น งานนี้เปิดสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจค่ะ

เลยมีคนจากหลายหน่วยงาน หลายที่ ร้อยพ่อพันแม่เข้ามาชมกัน

ขอกล่าวโดยรวม แต่ไม่เฉพาะเจาะจงนะคะ ถ้าใครคนนั้นที่ทำเช่นนี้มีวัยวุฒิเรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่

 ดิฉันวอนอยากถามคำถามจากใจเด็กน้อยผู้ไม่ประสาว่า...

"ไม่อายเหรอคะ? เป็นผู้ใหญ่กลับทำตัวแย่แบบนี้ มารยาทที่พวกคุณอยากให้ดิฉันซึมซับ

มันเป็นแบบนี้เหรอคะ? เพราะผู้ใหญ่มันทำสันดานแบบนี้ไงคะ...เยาวชนมันจะไปได้ดีกว่าได้ไง"

มารยาททางสังคม ลืมไว้ที่บ้านหรือว่าไม่มีคะ?

ถึงได้ทำตัวอะไรที่เรียกได้ว่ามารยาททรามไร้การศึกษาแบบนี้

วอนไปถึงเยาวชนที่มีโอกาสได้อ่านเอนทรี่นี่นะคะ...เลือกเอา

"อยากเป็นผู้ใหญ่แบบไหน เรามีสิทธิเลือกเอง และจงเลือกอย่างมีสติ

ผู้ใหญ่บางคนมีความน่าเคารพนับถือ ในขณะที่บางคนก็ทรามเกินกว่าจะยกมือไหว้

อยากเป็นผู้ใหญ่แบบไหน...จงเลือกเอา"

------------------------------------------------------------------------------

ป.ล.เอนทรี่นี้อัพโดยจงใจประณามและตำหนิค่ะ

*ห่า นอกจากหมายถึงโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนคราวละมากๆแล้ว ยังหมายถึงจำนวนมากๆด้วย

เช่น ฝนตกห่าใหญ่ เป็นต้น

ป.ล.๒ ห่าเอ้ย! แม่งกูหงุดหงิดไม่หายจริงๆนะ

 

Comment

Comment:

Tweet

ไร้ซึ่งมารยาทจริงๆ ค่ะ sad smile sad smile sad smile

#66 By Naoto - sso on 2011-11-20 13:51

...เครียดมากแก่เร็ว...

#11 By KC_CRUSH on 2010-07-11 19:49

น่าสงสารอาจารย์จัง

sad smile

#10 By keaaaa on 2010-07-11 19:19

เจอเหมือนกันตอนไปนั่งฟังคอนเสิร์ตวิชามิวแอฟค่ะเพ่โช

ออเคสตร้าหนูจมไปกับลุงคนนึงที่ลุกมารับโทรศัพท์แล้วไปยืนพิงกำแพงคุยต่อ แอร้ยยยย
พยานรู้เห็นพรึ๊บพรับ ช่างกล้า

#9 By Kao-poad (118.174.1.152) on 2010-07-11 18:50

Hot!
สามัญสำนึก...
การศึกษาบางทีก็ไม่ทำให้มันสูงขึ้นได้...

มันคงอยู่ที่ตัวคน...

#8 By ซับบาธ... on 2010-07-11 16:01

นั่นสิครับ แต่ถ้าเป็นผมอาจจะมากกว่านั้น
555+

ปล. โชเอ๋ย บอร์ท โกธิตมากมาก 5555+

#7 By Sakura romantic (125.24.88.152) on 2010-07-10 21:54

โอ้ว !!! ถ้าเป็นเค้าจะเดินไปสะกิดแล้วว่าเลย -..-
(ล้อเล่นน่ะค่ะ T_T)
แต่เรื่องการปิดโทรศัพท์เป็นมารยาททั่วไปก็น่าจะรู้นะค่ะ
รู้แต่ไม่ปฏิบัติตาม ก็แย่เหมือนกันคะ tongue

#6 By ntcha on 2010-07-10 21:45

สวัสดีครับ ผมเป็นนักศึกษา คณะโบราณคดีชั้นปีที่3ที่ไปฟังบทเสวนานี้ด้วยเช่นกัน แล้วอยากจะบอกว่า อย่างที่เพื่อนของกระผมไปบรรยายออกแล้ว เป้นความจริงครบ กระผมเองก็โกรธมาก ในความคิดของผมแล้ว สิ่งที่อ.พูดออกมานั้น...มันมีประโยชนืมากครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสามารถบอกได้ว่าหลายคนสนใจ แต่จริงๆนะ คนที่พูดออกไปน่ะ ความหัดซื้อหนังสือเล่มละเจ็ดบาท(มารยาทผู้ดี)มาอ่านซะบ้าง ไม่ใช่เป็นปัญญาชน ในคราบไพร่แบบนี้

#5 By Sakura romantic (125.24.88.152) on 2010-07-10 21:43

สุดๆ....

#4 By Tangmo_Ironhead on 2010-07-10 21:19

ผู้ใหญ่มารยาทแย่
ควรดูเด็กเป็นตัวอย่างนะเนี่ย

#3 By InsanityNUTz papanutty on 2010-07-10 21:11

^
^
น่าเสียดายค่ะ ไม่อยากทำลายงานเค้า

บวกกับไม่ได้นั่งใกล้ๆ ไม่งั้นเราคงด่าไปแล้ว

#2 By Old Fashioned Lady on 2010-07-10 21:07

เป็นเด็กกว่านี่ยังพอทำใจได้ครับ เป็นผู้ใหญ่เห็นแล้วไม่กล้าเตือนsad smile

#1 By พงศ์ สระ ทอน on 2010-07-10 21:04