การออกภาคสนามของวิชาประวัติศาสตร์อยุธยา

เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ที่ผ่านมานะคะ

โดยเราไปกันที่ลพบุรี ถามว่าเรียนอยุธยา...ทำไมต้องมาดูที่ลพบุรี

ของยังงี้...มีที่มาค่ะ ^^

อยุธยาในรัชสมัยของพระนารายณ์ พระองค์ได้เสด็จมาประทับ ณ เมืองลพบุรี

โดยโปรดให้สร้างพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ขึ้นที่นี่ด้วย

และได้ทรงย้ายหน่วยงานของพระองค์มาที่ลพบุรีแห่งนี้ทั้งนั้น

สมัยพระนารายณ์ยังเป็นสมัยที่เราเริ่มติดต่อกับชาวต่างชาติ เปิดบ้านตัวเอง

และมีการรับข้าราชการฝรั่งมาเป็นคนสนิทในราชสำนักด้วย

ที่นี้...รู้กันรึยังคะ? ว่าทำไมเราจึงต้องมาที่ ลพบุรี

เหตุเพราะกรุงศรีฯไม่ได้มีอยู่แค่อยุธยานั่นเอง

สถานที่แรกที่เราเดินทางไปคือ วัดนครโกษา

ก็ไม่ได้ไกลจากไหนเลย อยู่โซนๆเดียวกับศาลพระกาฬและพระปรางค์สามยอด

โดยอยู่ติดกับทางรถไฟลพบุรีนั่นเองเคอะ แม้วัดนครโกษาจะดูเล็กๆ

แต่กลับมีร่องรอย ๓ อารยธรรมที่ปรากฏ ตั้งแต่สมัยทวารวดี-ลพบุรี-จนกรุงศรีอยุธยานั่นเอง

จากที่เราสังเกตเอง เค้าบอกว่าส่วนฐานสร้างตั้งแต่สมัยทวารวดีและวัดมีการใช้งานต่อเนื่อง

พอลองดูที่อิฐดีๆ จะเห็นรอยเหมือนแกลบข้าวเหมือนอิฐในวัฒนธรรมทวารวดี

สมัยนั้นเค้าจะผสมแกลบข้าวในเนื้ออิฐเพื่อช่วยในการเผาไหม้ของอิฐนะคะ

และก็มีการบูรณะซ่อมแซมเพื่อการใช้งานมาเรื่อยๆ โดยสังเกตได้จากเจดีย์

เป็นเจดีย์ทรงปรางค์ ศิลปะอยุธยาตอนต้นนะคะ รูปแบบการสร้างจะได้รับอิทธิพลจากขอม

โดยการเลียนแบบปราสาทของขอมมาเป็นปรางค์นะคะ ลวดลายปูนปั้นที่ปรากฏนี้

มีเพื่อนเล่าว่าเป็นรูปแบบผสมของทวารวดีกับอยุธยา คงให้รายละเอียดอะไรไม่ได้มากนัก

ในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ เพราะเราไม่ได้เรียนมานะคะ

วัดนครโกษานี้ อาจเป็นตัวช่วยสนับสนุนทฤษฏีที่ว่า "พระเจ้าอู่ทองมาจากลพบุรี"

เพราะเหตุที่ว่าวัดนี้เป็นวัดที่มีวัฒนธรรมร่วมอย่างที่เล่าไว้ในตอนต้น

ทำให้หลายๆคนตั้งข้อสังเกตว่าพระเจ้าอู่ทองมาจากลพบุรีแห่งนี้เอง

และได้นำเอารูปแบบศิลปะการสร้างเจดีย์แบบนี้ ไปเป็นแบบในการสร้างเจดีย์ที่อยุธยาสมัยแรกๆ

เหนื่อยนัก ฉันก็นั่งพักมันซะหน่อย ที่เรารู้สึกแย่ๆกับวัดนี้เล็กน้อย

เหตุเพราะที่กำแพงวิหารมีการขีดเขียนถ้อยคำโดยฝีมือคนปัจจุบันนี้แหละ

"ต๋องรัก..." อืม..อ่านได้แค่นี้ ที่เหลือเอกสารขาด ต้นฉบับตัด

ไม่ได้อยากรู้ว่าไอ้คุณต๋องจะรักใคร แต่ตูข้าอยากรู้ว่าต๋องมันมีสามัญสำนึกบ้างไหม?

ถ้าคุณต๋องคนที่ว่ามาเจอ ฝากถามหน่อยว่ามีคนไปหาบ้างรึเปล่า?

ต่อจากนี้อาจารย์ได้ให้เวลา ๑๐ นาที สำหรับคนที่อยากนมัสการศาลพระกาฬ

และชมความงามของพระปรางค์สามยอดที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน

แต่อ.จะขอรออยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ ณ วัดนครโกษาแห่งนี้

เหตุเพราะ...ครูสู้ลิงไม่ไหวจ้า...(จริงจังนะจ๊ะ) :P

เราจึงชวนนายบุษฯ (นายคนนี้เปิดบล็อกโบราณ'54 กับเราสองคน) ไปดูพระปรางค์กัน

และด้วยการพยายามไปจนถึงพระปรางค์และเสียค่าเข้าประตู ๑๐ บาท (ช่วยค่าดูแลหน่อยเห้อ)

เราก็มายืนอยู่หน้าพระปรางค์สามยอดจนได้ ๕๕+

พระปรางค์สามยอดเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู เป็นอาคารปราสาท

แบบเขมร ชื่อพระปรางค์สามยอดมาจากการที่ตัวปราสาทมียอด ๓ ยอดนั่นเอง

ดูกันแบบไกลๆจะพอมองเห็นยอด ๓ ยอดของพระปรางค์

ไหนๆก็มาแล้วเราก็ลองเข้าไปดูกันข้างใน ซึ่งมีฐานโยนิตั้งอยู่

แต่ไม่มีศิวลึงค์ให้เห็นเลย มีการประดิษฐานพระพุทธรูป

ทำให้พอจะเดาได้เลาๆว่าตอนหลังคงมีการปรับให้เป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธด้วย

อายุสมัยของพระปรางคืน่าจะตรงกับช่วงขอมสมัยหลัง เพราะสังเกตจากเสา

ไม่มีรูปมาให้ดู ลืมถ่ายไป แต่พอจะอธิบายคร่าวๆได้ว่าเสากรอบประตูนั้นมีวงแหวน

ประดับถี่ตลอดจนแทบมองไม่เห็นท้องเสาโล่งๆเลย เป็นความนิยมในช่วงหลังๆแล้ว

เรากะอายุไว้ที่พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ แล้วกันนะ แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เรากะดูคร่าวๆง่าวๆ

เพราะก็ไม่ได้เก่งขนาดจะจำแนกศิลปะแต่ละสมัยได้ขนาดนั้น

แฮ่!!! เข้ามาไม่ได้อ่ะดิ สมน้ำหน้าๆๆๆๆ กั๊กๆๆๆๆ ก๊ากๆๆๆๆๆๆ

เอ๊ะ ถ้าพวกนายเข้ามาไม่ได้ แล้วเรา....O[]O!!!!!

เราก็ย่อมจะออกไปไม่ได้เช่นกานนนนน

กรี๊ดดดดด!!!! ปล่อยช้านนนนนน!!!!!!

 

>>>To be Continue มื้อนี้ขอลาไปนอน~~~<<<

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เจ๋งอะ

#5 By Jenov Jenovallen on 2010-03-27 12:12

หลงเข้ามาในบล็อกเพราะสนใจกำลังจะสมัครสอบโทคณะของน้องน่ะแหละ อ่านไปหลายเอ็นทรี่ก็เพลินดี รู้สึกชื่นชม และน่าชื่นใจว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ บางคน มีความคิด "เข่าท่า" เหมือนกันแฮะ

เรียนให้สนุกนะน้อง

Cheers!

#4 By พี่สัญญ์ (115.64.92.84) on 2010-03-24 07:25

ภาพสุดท้ายนั่นอะไร555+

เพ่โช~~เพิ่งรู้ว่าเป็นพี่อะ
ข้าวโพดเองค่ะ ที่คุยกันในเอ็ม จำเค้าได้ป่าว...ฮา

#3 By Akatou_ne >w on 2010-03-16 10:22

ผมกำลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลพบุรีอยู่พอดีเลยครับ

#2 By Tangmo_Ironhead on 2010-03-04 00:32

ภาพสุดท้ายนี่sad smile

#1 By Meowzilla Zilla on 2010-02-06 12:28